โอเวอร์โหลดรีเลย์ (Overload Relay) คืออุปกรณ์ป้องกันมอเตอร์จากการทำงานเกินกำลัง (Overload) โดยจะตัดวงจรเมื่อกระแสเกินค่าที่ตั้งไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง ป้องกันขดลวดไหม้ ฉนวนเสื่อม และความเสียหายรุนแรงต่อระบบขับเคลื่อน
อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์จะทำงานได้ถูกต้องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการ ตั้งค่ากระแส (Current Setting) ให้สอดคล้องกับมอเตอร์และวิธีการสตาร์ท หากตั้งต่ำเกินไปจะทริปบ่อย (Nuisance Tripping) หากตั้งสูงเกินไปอาจไม่ตัดทันจนมอเตอร์ไหม้
บทความนี้สรุปแนวทาง ตั้งค่าโอเวอร์โหลดรีเลย์ ทั้งแบบ Direct Online (DOL) และ Star-Delta พร้อมสูตรคำนวณ ตัวอย่าง และข้อควรระวังที่สำคัญ
1) เริ่มจากข้อมูลบน Motor Nameplate
ก่อนปรับตั้งค่าใด ๆ ต้องอ่านข้อมูลจากแผ่นป้ายมอเตอร์ (Nameplate) โดยเฉพาะ:
-
Rated Current / Full Load Amp (FLA หรือ In): กระแสพิกัดที่มอเตอร์ใช้เมื่อทำงานเต็มกำลัง (หน่วย A)
-
Service Factor (S.F.): ค่าตัวคูณที่อนุญาตให้ใช้งานเกินพิกัดได้ชั่วคราว เช่น 1.0 หรือ 1.15
-
แรงดัน (Voltage) และรูปแบบการต่อ (Δ / Y) เพื่อยืนยันเงื่อนไขการใช้งาน
หลักคิด: การตั้งค่าโอเวอร์โหลดต้องอ้างอิง FLA ตามแรงดันและการต่อที่ใช้งานจริง
2) สูตรการตั้งค่าตามประเภทการสตาร์ท
กรณีที่ 1: สตาร์ทแบบ Direct Online (DOL)
การสตาร์ทแบบ DOL ต่อมอเตอร์เข้ากับสายเมนโดยตรง โอเวอร์โหลดรีเลย์จะอยู่อนุกรมกับสายเมน ทำให้กระแสที่ไหลผ่านรีเลย์เท่ากับกระแสจริงของมอเตอร์
สูตรตั้งค่า (ทั่วไป):
ตั้งค่า = FLA (In)
ตัวอย่าง:
มอเตอร์ FLA = 10 A → ตั้งโอเวอร์โหลดที่ 10 A
หมายเหตุสำคัญ
โอเวอร์โหลดแบบ Thermal ถูกออกแบบให้เผื่อกระแสสตาร์ทและพีคช่วงสั้น ๆ อยู่แล้ว การตั้งที่ 100% ของ FLA จึงเหมาะสมที่สุด
หากมอเตอร์มี S.F. ≥ 1.15 ตามแนวทางของ National Electrical Code (NEC) อนุญาตให้ตั้งได้สูงสุดถึง 125% ของ FLA แต่ในทางปฏิบัติ แนะนำเริ่มที่ 100–115% เพื่อความปลอดภัย
กรณีที่ 2: สตาร์ทแบบ Star-Delta (Y-Δ)
Star-Delta ใช้กับมอเตอร์ขนาดกลางถึงใหญ่ เพื่อลดกระแสสตาร์ท ตำแหน่งโอเวอร์โหลดมักอยู่ที่คอนแทคเตอร์ Main หรือ Delta ทำให้กระแสที่ผ่านรีเลย์ ไม่เท่ากับกระแสไลน์เต็มของมอเตอร์
หลักการ:
กระแสในขดลวดขณะต่อแบบ Delta มีความสัมพันธ์กับกระแสไลน์โดยตัวคูณประมาณ 0.58
สูตรตั้งค่า:
ตั้งค่า = FLA × 0.58
(หรือ FLA ÷ √3)
ตัวอย่าง:
มอเตอร์ FLA (ที่ต่อ Delta) = 100 A
ค่าที่ตั้ง = 100 × 0.58 = 58 A
ห้ามตั้งที่ 100 A เด็ดขาด เพราะโอเวอร์โหลดจะไม่ตัดทัน มอเตอร์อาจไหม้ก่อน
3) ขั้นตอนการปรับตั้งค่าหน้างาน
-
ยืนยันค่า FLA และคำนวณตามวิธีสตาร์ท
-
ตัดแหล่งจ่ายไฟ (Lockout/Tagout) เพื่อความปลอดภัย
-
เปิดฝาครอบหน้าปัดโอเวอร์โหลด (ถ้ามี)
-
ใช้ไขควงหมุนปุ่ม Current Setting Dial ให้ตรงค่าที่คำนวณได้
-
เลือกโหมดรีเซ็ตที่เหมาะสม
โหมด Reset
-
Auto (A): รีเซ็ตอัตโนมัติเมื่อเย็นลง (ไม่แนะนำในงานที่เครื่องอาจกลับมาทำงานเองแล้วเป็นอันตราย)
-
Manual (H/M): ต้องกดรีเซ็ตเองหลังตรวจสอบสาเหตุ (แนะนำเพื่อความปลอดภัย)
4) เลือก Class ให้เหมาะกับลักษณะโหลด (กรณี Electronic Overload)
โอเวอร์โหลดแบบอิเล็กทรอนิกส์สามารถเลือก Trip Class ได้ เช่น Class 10, 20, 30 ซึ่งหมายถึงระยะเวลาการตัดเมื่อกระแสเกิน
-
Class 10: โหลดเบา สตาร์ทสั้น
-
Class 20: โหลดปานกลาง
-
Class 30: โหลดหนัก สตาร์ทนาน (เช่น Crusher, Mixer หนืด)
เลือก Class ต่ำเกินไป → ทริปง่าย
เลือกสูงเกินไป → ป้องกันช้า
5) ข้อควรระวังที่ทำให้ตั้งค่าผิดพลาด
5.1 อุณหภูมิรอบข้าง (Ambient Temperature)
โอเวอร์โหลดแบบ Thermal ใช้แผ่นไบเมทัล (Bimetal) ซึ่งไวต่อความร้อน หากตู้ติดตั้งในพื้นที่ร้อนจัด รีเลย์อาจตัดเร็วกว่าปกติ อาจปรับชดเชยเพิ่มเล็กน้อย ไม่เกิน 5–10%
5.2 การทริปบ่อย (Nuisance Tripping)
ห้ามแก้ด้วยการหมุนเพิ่มกระแสหนี ให้ตรวจสอบสาเหตุจริง เช่น:
-
จุดต่อสายหลวม
-
ตลับลูกปืนเสื่อม
-
โหลดกลไกติดขัด
-
ไฟตกหรือขาดเฟส (Phase Loss)
5.3 ความไม่สมดุลของเฟส (Unbalanced Phase)
เฟสไม่สมดุลทำให้กระแสบางเฟสสูงผิดปกติ แม้ตั้งค่าโอเวอร์โหลดถูกต้องก็ยังทริป ควรวัดกระแสทั้ง 3 เฟสด้วย Clamp Meter
6) ตัวอย่างสถานการณ์จริง
กรณี A: ปั๊มน้ำ 15 kW แบบ DOL
-
FLA = 28 A
-
S.F. = 1.0
→ ตั้งที่ 28 A
กรณี B: มอเตอร์ 75 kW แบบ Star-Delta
-
FLA (Delta) = 140 A
→ ตั้งที่ 140 × 0.58 = 81 A
กรณี C: Mixer โหลดหนัก สตาร์ทนาน
-
FLA = 60 A
-
Electronic Overload
→ ตั้ง 60–66 A และเลือก Class 20 หรือ 30
7) Checklist ก่อนจบงาน
-
อ่าน Nameplate ถูกต้อง
-
คำนวณตามวิธีสตาร์ท
-
ตั้งค่าไม่เกินขอบเขต S.F.
-
เลือก Reset แบบ Manual
-
ทดสอบการเดินเครื่องและวัดกระแสจริง
สรุป
การ ตั้งค่าโอเวอร์โหลดรีเลย์ อย่างถูกต้อง คือหัวใจของการปกป้องมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น DOL หรือ Star-Delta ต้องเข้าใจ:
-
ค่า FLA จาก Nameplate
-
สูตรตั้งค่าตามวิธีสตาร์ท
-
ผลของ Service Factor
-
ผลกระทบจากอุณหภูมิและสภาพแวดล้อม
-
การเลือก Trip Class ให้เหมาะกับโหลด
ตั้งถูกตั้งแต่ต้น = ลดความเสี่ยงมอเตอร์ไหม้ ลด Downtime และยืดอายุระบบไฟฟ้าในระยะยาว
หากไม่แน่ใจการตั้งค่า ควรวัดกระแสหน้างานจริงและปรึกษาวิศวกรไฟฟ้าก่อนปรับเพิ่มค่ากระแสทุกครั้ง


